เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๗ ธ.ค. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนานะ เราได้นับถือพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนให้มีพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

พระธรรมๆ ธรรมะคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

แต่เวลาทำคุณงามความดีของเราๆ ทำไมไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตไง

มันมีกรรมเก่า กรรมใหม่ไง กรรมเก่า กรรมใหม่ตั้งแต่เกิดนี่แหละ เกิดเพราะกรรม กรรมคือการกระทำให้เรามาเกิดไง เกิดในพ่อแม่ที่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรม พ่อแม่ถ้าเป็นลัทธิศาสนาอื่น เขาก็พาลูกเขาไปตามศาสนาเขา ถ้าใครมีอำนาจวาสนานะ เขามาศึกษาค้นคว้าของเขาแล้วนะ เขาจะเปลี่ยนแนวคิดของเขาไปเอง

ถ้าเราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง แล้วเกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราเห็นพระมาตั้งแต่แรกเกิด เกิดมาเราก็เห็นวัดเห็นวา เห็นพระอยู่แล้ว แล้วมันอยู่ที่กรรมของสัตว์ไง เราไม่มีอำนาจวาสนาได้ใกล้ชิดหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์ของเราที่เป็นที่ดีงาม ที่เราเชิดชูบูชาไง เราไปใกล้ชิดเห็นที่มันบาดหูบาดตาไง

สิ่งที่บาดหูบาดตาขึ้นมา เห็นไหม พระพุทธศาสนาสอนให้คนดี สอนให้คนดี ศากยบุตรไง ศากยบุตร บุตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประพฤติตนเป็นอย่างนั้นไง นั่นมันกรรมของสัตว์ไง ถ้ากรรมของสัตว์นั้น เราก็มีสิ่งนั้นเก็บไว้ในสมองของตน สิ่งนั้นมันซับของมันไว้

แต่ถ้ามีวาสนาของเรา เราฝึกหัดของเราได้ เราพิจารณาของเราได้ ในสังคมทุกสังคมมีคนดีและคนชั่ว ถ้ามีคนดีๆ คนดีก็ทำดีงามไง ถ้าเราพบครูบาอาจารย์ที่ดีงาม

ในการใช้ชีวิตนะ เวลาเราเกิดเป็นผู้ชาย เราได้บวช ได้บวชมีอุปัชฌาย์ไง ถ้าไปเจออุปัชฌาย์ที่ดีงาม เรามีพ่อมีแม่ มีอุปัชฌาย์ เวลาเขาไปไหน เขาจะไปร่ำลาอุปัชฌาย์ของเขา อุปัชฌาย์ของเขาเป็นหลักหัวใจของเขาไง ถ้าเราหาสิ่งที่ดีงามไม่ได้ เราพยายามมีสติมีปัญญาของเรา ถ้าเราทำคุณงามความดีของเราไง

ความดีๆ ทำที่ไหน ทำไมต้องความดี

เพราะความดีมันเป็นยันต์ป้องกันความชั่ว

ทำความดีๆ ทำดีแล้วมันไม่ประสบความสำเร็จ มันต่อต้าน มันพลิกแพลงของมันไป นั่นมันกรรมของสัตว์

ทาน ศีล ภาวนา

การเสียสละ เพราะการเสียสละทำให้สังคมร่มเย็นเป็นสุข สิ่งใดที่เวลาเกิดภัยพิบัติ กัปตันเรือต้องเป็นคนสุดท้าย

เวลาเรือล่ม กัปตันไปก่อนเลย

สิ่งที่เป็นกฎกติกา เราเป็นผู้นำๆ เราเป็นกัปตัน กัปตันมันควบคุมหางเสือ ควบคุมพวงมาลัย จะพาเรือนั้นไปเข้าสู่ที่หมาย

นี่ก็เหมือนกัน ชีวิตของเรา เรามีสิ่งใด มีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน

แม้แต่ชื่อพระพุทธศาสนา เราก็เชื่อไม่ได้แล้ว เพราะพระพุทธศาสนาสอนมีศีล พอมีศีลมันไม่สะดวกไง มันไม่ได้ดั่งใจของมัน ถ้าไม่ได้ดั่งใจของมัน มันก็ต่อต้านของมัน นั่นแหละรั้วรอบขอบชิด ถ้ามันเป็นปกติของใจ ใจมีความปกติสุข มันมีความสงบของมัน

เราเกิดมาเราปรารถนาความสุข เกลียดความทุกข์ ทำไมชีวิตนี้มันทุกข์มันร้อนขนาดนี้ ทุกข์ร้อนขนาดนี้ นั่งอยู่บนกองน้ำแข็ง แต่ถ้ากิเลสมันแผดมันเผามันก็เร่าร้อนของมันไง

เราอยู่กลางทุ่งนา แต่จิตใจเราเป็นธรรมๆ นะ อยู่แต่แดดมันเผาขนาดไหน เราก็มีความสุขของเราไง

สิ่งที่สภาวะแวดล้อมภายนอกนั่นเป็นเรื่องหนึ่งนะ สิ่งที่ในหัวใจของเราเป็นเรื่องหนึ่งนะ ฉะนั้น คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ

ถ้าหัวใจที่มันดีงามขึ้นมา อยู่ที่ไหนมันก็ปลอดภัย อยู่ที่ไหนก็ดีงาม ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เพราะคุณงามความดี บุญกุศลคุ้มครอง

ไอ้เรา ถ้าเราทำของเรามาขาดๆ แคลนๆ ขึ้นมา เราต้องหัดว่ายน้ำ หัดหลบภัยให้ดีงามของเรา แล้วถ้าหลบภัยดีงามของเรา มันผ่านพ้นไป มันจะสาธุเลย

ถ้าเราขาดสติ เราต้องประสบอุบัติเหตุ ถ้าเราขาดสติ เราต้องเกิดภัยพิบัติ พอสิ่งนั้นไปมันร้อง เฮ้อ! สติปัญญาของเราเท่านั้นไง

พระพุทธศาสนา เหตุและผลคือธรรม

การอ้อนวอนขอ เราไปวัดไปวาทำบุญทำกุศล บุญและบาป สิ่งนี้มันเป็นการอ้อนวอนขอ ขอสิ่งที่ให้ประสบโชค ประสบคุณงามความดี

แต่ในพระพุทธศาสนาไง คนเราเกิดมา กรรมจำแนกสัตว์ให้เกิดต่างๆ กัน มันถึงมีความรู้สึกนึกคิดแตกต่างกันไป แล้วถ้าความดี ความดีเกิดจากหัวใจของตน เพราะมันจะไปเข้ากับหลักธรรมในพระพุทธศาสนาไง

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

จิตสงบมันมหัศจรรย์ของมันนะ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เวลาจิตมันจะสงบเข้ามา มันอยู่ที่จริตนิสัย อยู่ที่อำนาจวาสนาของคน เวลาครูบาอาจารย์ท่านบอกว่าจิตมันสว่างไสวๆ เราก็อยากจะให้เป็นแบบนั้น แต่เพราะท่านได้สร้างบุญกุศลของท่านมามากมายมหาศาล พอจิตสงบมันก็เป็นอย่างนั้น

แต่ของเรา เรามันปานกลางใช่ไหม ถ้าจิตมันสงบ มันก็สงบเฉยๆ มีสติสัมปชัญญะกับความรู้สึกของเรา ไอ้แสงสว่างจะมีไม่มีนั่นอีกเรื่องหนึ่งนะ แต่เราไปยืนยันกันว่าแสงสว่างนั้นมันเป็นสัมมาสมาธิ

แสงสว่างนั้น อย่างนั้นไฟในบ้านเรามันก็เป็นสมาธิ ไอ้เราอยู่ในบ้านเราร้อนเกือบตาย ไฟนั้นมันสว่างหมดไง เปิดไฟมันก็สว่าง ปิดไฟมันก็มืด แล้วสุขทุกข์อยู่ที่ไหนล่ะ

ฉะนั้น สิ่งที่จริตนิสัยของแต่ละคนมันแตกต่างกันไป

ถ้าจริตนิสัยของคนแตกต่างกันไป ถ้ามีอำนาจวาสนา มีครูบาอาจารย์ที่ดีงาม เราตั้งสติของเราไว้

เวลาครูบาอาจารย์ที่ดีงาม หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านตั้งกองทัพธรรมๆ มา กองทัพธรรมมา ปราบพวกถือผี ถือนอกลู่นอกราวในภาคอีสานสมัยก่อนน่ะ ถือผีนะ มีอาหารต้องแบ่งครึ่งหนึ่งให้ผีกิน

คนเรา ทรัพย์สินเราครึ่งหนึ่งต้องคอยแบ่งปันให้คนอื่น เฮ้ย! อะไรของมันวะ แต่เวลาเราไปวัดไปวา เราเสียสละนี่ให้คนอื่นหรือ

ไม่ใช่ ให้หัวใจดวงนี้ หัวใจดวงนี้ที่มันทุกข์มันยาก มันไม่มีทางออกของมันไง

การเสียสละทาน เสียสละทานมันเป็นวัตถุ มันเป็นไทยทาน แต่คนที่เจตนา จิตดวงนั้นน่ะ ถ้าไม่ทุกข์ไม่ยาก เห็นไหม

เวลาแก้บน แก้บนก็ไปแก้ตามสามแยก ถือผีถือสางก็ไปก็แก้บนไง แต่นี่ไม่ใช่ นี่เราทำบุญทำกุศลไง เนื้อนาบุญของโลกไง

ถ้าเสียสละสิ่งนี้ออกไป ถ้าเป็นการทำบุญกุศล เขาเรียกว่า รอนความตระหนี่ถี่เหนียว ไอ้ความตระหนี่ถี่เหนียวคือความไม่รู้ ความไม่รู้ก็สิ่งที่เป็นทุกข์เป็นยากมันก็เก็บไว้ในหัวใจของมันไง แต่ถ้าเราเสียสละทาน การเสียสละทาน ฝึกหัดการเสียสละสิ่งที่เป็นวัตถุ แล้วอารมณ์ล่ะ แล้วทิฏฐิที่มันยึดมั่นล่ะ มันจะผูกพันกันเข้าไปนั่นเลย

คิดถูก คิดผิด

ถ้าคิดถูก คิดถูกนะ เราเสียสละแล้ว ปฏิคาหก หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง เหนื่อยยากมาก แล้วเสียสละ ปฏิคาหกด้วยสัมมาทิฏฐิความถูกต้องชอบธรรม

ได้มาด้วยมิจฉาทิฏฐิ คดโกงเขามา หลอกลวงเขามา บังคับให้คนอื่นทำบุญ เราเอาเชิดหน้าชูตา ปฏิคาหกมันเศร้าหมอง

แล้วทำล่ะได้บุญไหม

การเสียสละก็เสียสละไง นี่มันรูปแบบเฉย แต่สิ่งที่เสียสละทานๆ เสียสละทานเพื่อหัวใจดวงนี้ ถ้าหัวใจดวงนี้ไปทำบุญกุศลน่ะ บุญ ผู้ที่ให้เบิกบาน เดินออกมานี่ แหม! องอาจกล้าหาญ ผู้รับ ต่ำต้อยทุกข์ยาก สิ่งที่ได้มามันก็ปลดเปลื้องความทุกข์ในใจเขา หิวกระหาย ทุกข์ยาก ได้การบริจาคอย่างนั้นมันเป็นความสุข นี่บุญ บุญและบาปๆ ไง

เราทำเพื่อใคร

ทำเพื่อหัวใจดวงนี้ ดวงนี้

เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย เวลาสร้างบุญสร้างกุศลมา พระโพธิสัตว์ๆ การสร้างเป็นพระโพธิสัตว์มา สัตว์โลกเป็นไปตามกรรมไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ สร้างบุญกุศลมาสมบูรณ์แบบ เป็นเทพบุตรรอมาเกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริงในหัวใจของตน นี่พระพุทธศาสนาไง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไง รัตนตรัยไง

พระธรรม พระธรรมคืออาสวักขยญาณทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง

เราทำบุญกุศล ทำบุญกุศลฝังไว้ที่หัวใจดวงนี้ไง มันจะเป็นจริตเป็นนิสัยที่มันเห็นแล้วมันชอบใจ

ถ้ามันเคยแต่ทำบาปอกุศลไว้ มันเห็นแล้วมันขัดใจ มันเห็นแล้วมันไม่ยอมรับ แต่ถ้าเป็นบุญ มันไม่เห็น มันได้ชื่อ

อนาถบิณฑิกเศรษฐีไปเยี่ยมเพื่อน เพื่อนทำอาหารไว้จะถวายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เฮ้ย! นี่เขามีอะไรกัน

เฮ้ย! เอ็งไม่รู้หรือว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วนะ พุทธะ พระพุทธเจ้า

อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ยินแล้วงงเลย

หา?

เพราะเขาก็แสวงหาทางหลุดพ้นของเขาเหมือนกัน

ทุกคนแสวงหาความสุขที่แท้จริง ทุกคนแสวงหาทางออกของชีวิต แต่มันหาไม่ได้ ไปที่ไหนมีแต่คนหลอก มีแต่คนปลิ้นปล้อน มันหาไม่ได้

พออนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ยิน อึ้งเลย นอนไม่ได้คืนนั้นทั้งคืน นี่สร้างบุญกุศลมา

ใครสร้างสิ่งใดมา เข้ากันโดยธาตุ ได้ยินสิ่งที่ดีงามแล้วมัน โอ้โฮ! มันฝังใจ

นี่ก็เหมือนกัน ไปวัดไปวาไปทำบุญทำกุศล ถ้าเป็นครูบอาจารย์ที่ดีงามไง

เรามีลูกศิษย์นะ เขารู้ว่าพระประพฤติตนไม่ชอบ เขาไม่ยอมทำ เขากลัวว่าพ่อแม่พี่น้องเขาจะต้องไปสายบุญสายกรรมอย่างนั้น แล้วจะเลือกอย่างไรล่ะ

กาลามสูตร ห้ามเชื่อ แม้แต่พระสงบที่พูดอยู่นี่ อย่าเชื่อมันนะไอ้นี่ โยมกลับไปแล้ว นี่ตัวร้ายเลยล่ะ มันปลิ้นมันปล้อนตลอดนี่แหละ

ห้ามเชื่อ

เวลาพิสูจน์คน

แต่เวลาทำความเป็นจริงในใจของตน ทำความสงบของใจเข้ามา ถ้าใจสงบระงับแล้วมันจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมานะ มันมีกำลัง

ในโลกนี้ ดวงอาทิตย์เป็นพลังงานจักรวาล เรามีรถมีราต้องเติมน้ำมันทั้งนั้นน่ะ มันต้องอาศัยพลังงานไง ไฟฟ้า สิ่งการกระทำต่างๆ ต้องมีพลังงาน มีการเคลื่อนที่ แล้วจิตมันมีกำลังไหม

จิตเป็นขี้ข้า ให้กิเลสมันหลอกอยู่อย่างนั้นน่ะ

หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดนะ พระมันทำสมาธิไม่เป็น แล้วมันจะไปทำอะไรกัน

มันหาพลังงานมันไม่ได้ในใจไง ไม่มีสัมมาสมาธิไง ตัวพลังงานไม่มีไง แบตหมด โทรกันไม่ได้หรอก แบตมันมาชาร์จที่นี่ ที่นี่ให้ชาร์จฟรี ถ้ามันหาความสุขความจริงในหัวใจของตนไม่เจอ

ศีล สมาธิ ปัญญา นี่ปัญญาในพระพุทธศาสนาไง

ไอ้เรานี่ โอ้โฮ! ไบรต์มาก ปัญญากิเลส กูเรียนจบ ๙ ประโยค กูรู้ธรรมะหมดน่ะ กูบ่นให้มึงฟังได้ทุกเรื่องเลย แต่กูก็ทำไม่เป็นนะมึง เพราะกูแก้ทุกข์ไม่ได้

แต่ครูบาอาจารย์ของเรานะ วิมุตติสุข อยู่ต่อหน้าโยมก็สุขในใจ แต่เรื่องธรรมะ เรื่องปฏิสันถารนั่นเรื่องหนึ่ง อยู่กับหมู่คณะก็มีความสุข ยิ่งอยู่คนเดียวยิ่งโคตรสุขเลย นี่ถ้าเป็นข้อเท็จจริงไง แล้วถ้าเป็นข้อเท็จจริงอย่างนั้นมันเหนือโลก เหนือโลกมันจะมากะล่อนปลิ้นปล้อนหลอกลวงชาวบ้านไหม

แต่ชาวบ้านจริตนิสัยอย่างนั้น ได้อย่างนั้นมา แล้วก็บังคับให้พระอรหันต์ต้องเป็นอย่างที่เราพอใจ ต้องเป็นอย่างนี้ ต้องเป็นอย่างนี้ ต้องเป็นอย่างนี้ ถ้าขัดใจนี่โกรธมากเลย ไปหาพระอรหันต์แต่โคตรโกรธเลยนะ มันไม่ถูกใจกู

เป็นอย่างนั้นหรือ

ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันจะเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาในหัวใจของเราก่อน เพราะอริยสัจมีหนึ่งเดียว องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระอรหันต์ พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ อัครสาวกต่างๆ ก็เป็นพระอรหันต์ ปิดกันไม่ได้หรอก

เวลาเทศนาว่าการ ใครฟังธรรมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เข้าใจ ไปถามพระสารีบุตร พระสารีบุตรก็ว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอธิบายอย่างนี้ๆ

เขาฟังพระสารีบุตรแล้วเขายังไม่แน่ใจ ก็กลับไปถามพระพุทธเจ้าว่า ฟังธรรมพระพุทธเจ้าไปแล้วไปถามพระสารีบุตร พระสารีบุตรตอบอย่างนี้

ท่านบอกว่า ใช่ ถ้ามาถาม เราก็ตอบอย่างนั้น

เพราะอริยสัจมันมีหนึ่งเดียว มันเป็นอันเดียวกัน ถ้าอันเดียวกันแล้วมันต้องเป็นสัจจะอันเดียวกัน ถ้าอันเดียวกันแล้วมันถึงเป็นอริยสัจ ถึงเป็นความจริง ถึงเป็นบุคคล ๔ คู่ ถ้าบุคคล ๔ คู่มันถึงชำระล้างกิเลสเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นมา

ไอ้นี่ไม่มี มึงการันตีกูหน่อยสิ มึงยกย่องกูทีสิ

มหาโจรทั้งนั้นน่ะ

หลวงปู่มั่นท่านสิ้นกิเลส ท่านสั่งพระไว้หมด ห้ามบอกใครทั้งสิ้น เพราะอะไร เพราะมันเป็นสิ่งที่มันคาดหมายไม่ได้ คาดหมายไม่ได้ คาดว่าเป็นพระอรหันต์ คาดว่าเราจะเป็นอย่างนั้น

คาดไปเถอะ เอ็งคาดจนตาย เป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเป็นความจริงนะ จบ มันถึงมหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนานี้ไง

ฉะนั้น เวลาสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาแล้ว ก็ต้องจิตดวงนั้นเป็นผู้ที่ชำระล้างกิเลสในหัวใจของตน มันถึงจะสิ้นกิเลสในหัวใจของตนได้ ถ้าหัวใจของตนได้นะ แต่มันเป็นสัจจะเป็นความจริงใช่ไหม

ไปวัดไปวาทำบุญเพื่อใคร

เพื่อหัวใจดวงนี้ บุญและบาป ถ้าเป็นอริยสัจ ใครแย่งไม่ได้ ความรู้สึก ใครจะมาขโมยของเราไปไม่ได้ ไม่ต้องไปจดลิขสิทธิ์ที่ไหน มันเป็นของของหัวใจดวงนั้น

แล้วใจดวงนั้น เห็นไหม จากใจดวงหนึ่งสู่ใจดวงหนึ่ง จากใจที่เป็นอากาศธาตุ เป็นพายุบุแคม ก็แค่นั้นน่ะ เกิดดับๆ อย่างนั้นน่ะ

พายุเข้าแล้ว ปีนี้ ๒๐–๕๐ ลูก ปีต่อไปจะเพิ่มมากกว่านี้ แล้วปีต่อไปจะรุนแรงกว่านี้ แล้วชีวิตมันอยู่ที่ไหน แล้วธรรมะของใคร

เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาเพื่อหัวใจของตน เอวัง